วานร 18 มงกุฏ

posted on 23 Jun 2007 11:21 by cutieparade in Tales

วานรสิบแปดมงกุฏ เป็นวานรที่มาจากสองเมืองคือ เมืองขีดขินของสุครีพ และเมืองชมพูของท้าวมหาชมพู วานรสิบแปดมงกุฏนี้แต่เดิมก็คือเทวดา ๑๘ องค์ที่อาสามาช่วยพระนารายณ์ตอนอวตารมาเป็นพระรามนั้นเอง ดังในบทละครรามเกียรติ์ที่กล่าวถึงตอนนี้ว่า

"เมื่อนั้น ฝูงเทพเทวาน้อยใหญ่
ต่างทูลอาสาพระภูวไนย
จะขอไปเป็นพลพระอวตาร
มาล้างเหล่าอสูรพาลา
ที่หยาบช้าเบียนโลกทุกสถาน"

เทวดาเหล่านี้ประกอบด้วย พระวิรุฬหก เป็น เกยูร พระวิรูปักษ์ เป็น มายูร พระหิมพานต์เป็น โกมุท พระวิศาลเทวบุตร เป็น ไชยามพวาน พระพิรุณ เป็น ไวยบุตร พระมหาชัย เป็น สุรกานต์ พระพินาย เป็น นิลเอก พระพิเนกเป็น นิลขัน พระเกตุ เป็น กุมิตัน พระสมุทร เป็น นิลราช พระจันทร์ เป็น สัตพลี พระอังคารเป็น วิสันตราวี พระพุธ เป็นสุรเสน พระราหู อวตารเป็น นิลปานัน พระพฤหัสบดี เป็น มาลุนทเกสร พระศุกร์เป็นนิลปาสัน พระเสาร์เป็น นิลพานร และพระไพรศรพณ์(อ่านว่า พะ-ไพ-สบ) เป็น เกสรทมาลา

เมื่อนางมณโฑเทวีผู้เคยเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ออกไปดูทัพพระรามกับทศกัณฐ์ เมื่อเห็นทัพลิงก็ตกใจ แล้วกล่าวว่า

"อันทหารทั้งสองนคเรศ
เลื่องชื่อลือเดชชาญสมร
ล้วนเทวามาเป็นพานร
อาจจะช้อนพิภพเมืองอินทร์
ถึงจะพลิกสี่มหาสุธาธาร
ทั่วทุกจักรวาลก็ได้สิ้น"


๑. เกยูร
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีม่วงแก่ หรือ สีม่วงชาดแก่ หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : ท้าววิรุฬหก จอมกุมภัณฑ์ จตุโลกบาลแห่งทิศใต้

๒. โกมุท
โกมุท หรือ โคมุท
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีบัวโรย หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระหิมพานต์ เทพเจ้าแห่งป่าหิมพานต์
เมื่อเสร็จศึกลงกา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาฝ่ายซ้ายเมืองขีดขิน คู่กับไชยามพวาน

๓. ไชยามพวาน
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีเทา หรือ สีมอหมึกอ่อน หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระอีศาณหรือ พระวิศาลเทพบุตร
ไชยามพวานได้รับพรจากพระอิศวรให้เป็นผู้ถือธงชัยนำกองทัพพระรามไปรบ เพราะมีชื่อเป็นมงคลข่มนามอสูร
เมื่อเสร็จศึกลงกา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาฝ่ายขวาเมืองขีดขิน คู่กับโกมุท

๔. มาลุนทเกสร
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีเมฆ หรือ สีม่วงครามอ่อน หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระพฤหัสบดี เทวดานพเคราะห์ เทพฤษี อาจารย์พระอินทร์

๕. วิมลวานร
วิมลวานร หรือ พิมลพานร
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีดำหมึก หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระเสาร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งการกสิกรรม

๖. ไวยบุตร
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีเมฆครึ้มฝน หรือ สีมอครามแก่ หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระพิรุณ เทพเจ้าแห่งฝน

๗. สัตพลี
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีขาวผ่อง หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระจันทร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าผู้ให้แสงสว่างเวลากลางคืน
สัตพลีนอกจากมีหน้าที่จดความดีความชอบของเหล่าทหารแล้ว ยังมีบทบาทเด่นเป็นผู้เขียนสารส่งไปยังกรุงลงกา
ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นอาลักษณ์แห่งเมืองขีดขิน

๘. สุรกานต์
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีเหลืองจำปา หรือ สีแดงชาด หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระมหาชัย เทพเจ้าแห่งชัยชนะ
สุรกานต์เป็นผู้คุมกำลัง ๓๐ สมุทรมาช่วยพระรามรบ เมื่อเสร็จศึกแล้วได้ครองเมืองโรมคัล

๙. สุรเสน
วานรฝ่ายเมืองขีดขิน
สีแสด หรือ สีเขียว บางตำราว่าสีแดงเจือเขียว หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระพุธ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งวาจาและพาณิชย์
สุรเสนมีความเก่งกาจเกือบเทียบได้กับหนุมาน เมื่อเสร็จศึกได้ไปครองเมืองอัสดงค์ของสัทธาสูร

๑๐. นิลขัน
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีหงดิน หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระพิฆเนศ พระวิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลป

๑๑. นิลปานัน
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีสำริด หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระราหู เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าผู้สถิตอยู่บนก้อนเมฆ

๑๒. นิลปาสัน
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีเลื่อมเหลือง หรือ สีหมากสุก หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระศุกร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งความรัก ความงาม และความสันติ

๑๓. นิลราช
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีน้ำไหล หรือ สีฟ้าอ่อนเจือเขียว หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระสมุทร เทพเจ้าประจำมหาสมุทร
นิลราชนอกจากมีบทบาทสำคัญในการรบแล้ว ยังมีหน้าที่เอาก้อนหินไปถมทะเลในตอนจองถนน เพราะต้องคำสาปของฤๅษีคาวิน ว่าเมื่อเอาสิ่งใดทิ้งน้ำให้จมอยู่กับที่ จึงต้องเป็นผู้อาสาเอาศิลาไปทิ้งทะเลแต่ผู้เดียวจึงจะพ้นคำสาป

๑๔. นิลเอก
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีทองแดง หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระพินาย วินายก
นิลเอกคือผู้ที่ไปช่วยพระลักษณ์ทำลายพิธีกุมภนิยาของอินทรชิต

๑๕. วิสันตราวี
วานรฝ่ายเมืองชมพู
สีลิ้นจี่ หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระอังคาร เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งสงคราม

๑๖. กุมิตัน
ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด
วานรพงศ์ ของ พระ เทวาภินิมมิต ( ฉาย เทวาภินิมมิต ) ว่าเป็นฝ่าย เมืองชมพู
สีทอง หรือ สีเหลืองรง หัวโล้น ปากหุบ
ชาติเดิม : พระเกตุ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าผู้คุ้มครองสวัสดิมงคล

๑๗. เกสรทมาลา
ลิงตัวหอม
ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด
วานรพงศ์ ของ พระ เทวาภินิมมิต ( ฉาย เทวาภินิมมิต ) ว่าเป็นฝ่าย เมืองขีดขิน
สีเหลืองอ่อน หรือ สีเลื่อมเหลือง หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : พระไพศรพณ์ พระพนัสบดี เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในป่า
คุณสมบัติพิเศษ : มีกลิ่นกายหอมสดชื่น มีหน้าที่อยู่ใกล้ๆองค์พระราม ให้กลิ่นกายไปสร้างความสดชื่นให้กับพระองค์

๑๘. มายูร
ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด
วานรพงศ์ ของ พระ เทวาภินิมมิต ( ฉาย เทวาภินิมมิต ) ว่าเป็นฝ่าย เมืองชมพู
สีม่วงอ่อน หัวโล้น ปากอ้า
ชาติเดิม : ท้าววิรูปักษ์ ราชาแห่งนาค จตุโลกบาล ประจำ ทิศตะวันออก

ระบำวานรพงศ์ของกรมศิลปากร
เนื้อความจากบทร้องในระบำวานรพงศ์

ชุดแรก สิบแปดมงกุฏ

นำดัวย ไชยามพวาน ทหารหน้า เกสรทมาลา กล้ากลั่น
ถัดมา นิลราช กาจฉกรรจ์ เคียงคู่ นิลขัน ชาญชัย
นิลเอก ฤทธิไกรดังไฟกัลป์ คู่ นิลปานัน ทหารใหญ่
วิมล รณรบว่องไว ถัดไปชื่อ วิสันตราวี
มาลุน เริงแรงกำแหงหาญ เคียงขนาน เกยูรกระบี่ศรี
ทั้ง มายูร พูนพลังแข็งขันดี คู่กับ สัตพลีมีเดชา
สุรเสน เจนจบรบรอนราญ คู่กับ สุรกานต์ ทหารกล้า
โกมุท วุฒิไกรไวปัญญา เคียงมากับกระบี่ กุมิตัน
ไวยบุตร รำบาญราญแรง เคียงแข่งกับ นิลปาสัน
ครบสิบแปดมงกุฎสุดฉกรรจ์ ทหารเอกทรงธรรม์รามราชา

ชุดที่ 2 เหล่าพญาวานร

สุครีพ โอรสพระสุริย์ฉาน คำแหง หนุมาน ทหารหน้า
นิลพัท ฝ่ายชมพูนัครา องคต บุตรพญา พาลี
ชมพูพาน ศิวะโปรดประสาท ชามภูวราช ชาติเชื้อพญาหมี
นิลนนท์ ลูกพระอัคนี ล้วนกระบี่พงศ์พญาวานร

สำนวนไทย "สิบแปดมงกุฏ"

ในหนังสือ "สำนวนไทย" ของ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เขียนไว้ว่า สิบแปดมงกุฎ นำมาใช้เป็นสำนวนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีนักเลงการพนันใหญ่ลือชื่อพวกหนึ่ง กล่าวกันว่าเป็นนักเลงชั้นยอด สักตามตัวเป็นรูปมงกุฎ จึงเรียกว่า สิบแปดมงกุฎ ตามเรื่องราวในรามเกียรติ์ จากนั้นถ้าใครเป็นนักเลงการพนันก็เลยเรียกว่า สิบแปดมงกุฎ

ทุกวันนี้ สิบแปดมงกุฎมิใช่สำนวนที่ใช้เรียกพวกนักเลงพนันเท่านั้น แต่ใช้เรียกพวกมิจฉาชีพทั้งหลาย เป็นสำนวนที่พบเห็นบ่อยมากตามสื่อมวลชนต่างๆ ซิ่งมีความหมายถึงพวกที่ยักยอก ต้มตุ๋น หลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อแล้วยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผู้อื่นมาเป็นของตน

Comment

Comment:

Tweet