เปกาซัส

posted on 30 Apr 2007 04:40 by cutieparade in Greek-Mythology

ประวัติขฃอเพกาซัสตัวนี้ค่อนข้างจะน่าขนลุกอยู่สักหน่อย เรื่องเริ่มมาจากนางกอร์กอน เมดูซ่า นางคนนี้มีความร้ายกาจมากแต่ก็ถูกวีรบุรุษ เปอร์ซีอุล ฟันคอขาดตาย ในขณะที่ นางสิ้นใจตายนั้น มีร่างของม้ากำยำพ่วงพี พร้อมด้วยปีกอันกว้างสง่างาม กระโจนออกมา จากลำคอของนาง ม้าตัวนั้นก็คือ เพกาซัส นั่นเอง เมื่อออกมาแล้วมันก็แผลงฤทธิ์ จนไม่มีใครสามารถปราบได้เลยซักคน ทั้งที่เพกาซัสเป็นความหวังของคนทั้งเมือง นอกจากความเก่งกล้าในฝีตีนและฝีปีกแล้ว เพกาซัสยังมีควาสมารถอีกอย่างคือ ตอนที่มันเกิดมาใหม่ๆ และออกวิ่งอย่างคึกคนอง น น้ำที่กระเซ็นจากรอยเท้าที่มันวิ่ง ก่อให้เกิดน้ำพุสวยงามที่กวีและศิลปินชื่นชมกันนักหนา คือน้ำพุฮิปโปครีนี (Hippocrene) ที่เป็นที่รู้จักกันในวรรณคดกรีกโบราณ ว่ากันว่า ใครได้ดื่มน้ำพุนี้แล้วโอกาสที่จะเป็นกวีเอกอยู่แค่เอื้อมที่เดียว เพกาซัสคึกอยู่ได้ไม่นานก็มีคนดีมาปราบ เป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อชาวเมืองโครินทร์มีนามว่า เบลเลอโรฟอน (Bellerophon)

เบลเลอโรฟอน เป็นโอรสของเจ้าเมืองโครินทร์ที่มีนามว่า พระเจ้ากลอคุส (Glaucus) ซึ่งเป็นขุนศึกที่รักม้าเป็นชีวิตจิตใจ พระองค์ทรงมีโอรสหลายองค์กับพระนางยูรีโนมี แต่มีข่าวลือหนาหูว่า เบลเลอโรฟอนหาใช่โอรสที่แท้จริงของกลอคุสไม่ หากแต่เป็นโอรสของโปเซดอน มหาเทพแห่งท้องทะเลต่างหาก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปโฉม และความ เก่งกาจกล้าหาญแล้วก็น่าจะจริงตามนั้น แต่กลอคุสจะทรงทราบหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ ข้อเท็จจริง ความจริงที่แน่ๆ คือ กลอคุสนั้นทรงรักม้าเสียจนป้อนอาหารแก่มันด้วยเนื้อมนุษย์ เพื่อให้มันดุร้ายในการสงคราม การกระทำอันน่าสยดสยองนี้ทำให้เทพเจ้ารังเกียจเป็นอันมาก และคนธรรมดาที่ถูกเทพเจ้ารังเกียจแล้วมักจะชะตาขาดเสมอ กลอคุสก็เช่นกัน ทรงถูกจอมเทพซีอุสลงทัณฑ์ โดยทำให้พระองค์ตกจากรถศึก และม้าเทียมรถของ พระองค์นั่นเองรุมกัดกลอคุส แล้วฉีกทึ้งเนื้อกินจนหมด

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

แต่ความรังเกียจที่เทวดามีต่อกลอคุส หาได้ถ่ายทอดมาสู่โอรสของกลอคุสไม่ เบลเลอโรฟอน ยังคงได้รับความเมตตาปราณีจากทวยเทพอยู่เสมอ เห็นได้จากการออกไปผจญภัยที่ร้ายแรงปานใด เขาก็มีชัยอย่างงดงามเสมอมา ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของเด็กหนุ่มคนนี้ก็คือ อยากได้เพกาซัสมาเป็นอาชาคู่ใจ แต่เขาจะทำได้อย่างไรเล่า ในเมื่อเพกาซัสไม่ใช่ม้าธรรมดา นอกจากเป็นซุปเปอร์ม้าแล้ว ยังมีปีกบินได้อีกด้วย เขาได้รับคำแนะนำจากนักปราชญ์คนหนึ่งว่า น่าจะลองขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้าดูบ้าง แต่เนื่องจาก เบลเลอฟอนเป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อ จึงควรจะขอจากเทวีมากกว่าเทวา เพราะเทวาอาจเขม่นเอาว่าหมอนี่หล่อกว่าผม...

เบลเลอโรฟอนก็เห็นด้วย เขาจึงไปนอนเฝ้าในวิหารของเทวีอธีน่า ซึ่งมักปรากฎองค์ในความฝันของชายหนุ่มอยู่เสมอ การณ์ก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ กล่าวคือ ในคืนนั้น อธีน่าเสด็จมาหาเขาจริงๆ ไม่เสด็จเปล่า ทรงนำอานม้าทองคำสุกปลั่งมาประทานให้ด้วย เบลเลอโรฟอนเต็มไปด้วยความปิติยินดียิ่งนัก รุ่งขึ้นเขาก็ถืออานม้าทองคำที่ได้รับมานั้นออกเที่ยวตามหาเพกาซัส ด้วยอำนาจอานม้าวิเศษของเทวี เบลเลอโรฟอนก็ได้เพกาซัสมาไว้ในอำนาจอย่างง่ายดาย และเขากับม้าวิเศษก็ชวนกันเหาะเหินเดินทางท่องที่ยวผจญภัยไปทั่วหัวระแหงตามแบบฉบับเด็กหนุ่มชาวกรีกโบราณซึ่งรักการผจญภัย เป็นว่าเล่นนั่นแหละ เบลเลอโรฟอนผจญภัยไปเรื่อยๆ พบทั้งศึกรบและศึกรัก จนแทบเอาตัวไม่รอด แต่ด้วยความช่วยเหลือของยอดอาชาเขาก็เอาตัวรอดได้เสมอมา ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของเขาคือ การเอาชนะตัว ไคมีร่า (Chimaera)

Comment

Comment:

Tweet

-__-///*

ให้เนื้อมนุษย์เปงอาหารม้า
โอ่วโน๊ว...

#2 By Haine13 on 2007-05-04 09:34

อย่างไรเสีย เบเลโรฟอน ก็ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ดีล่ะค่ะ
คิดกำเริบจะขี่เพกาซัสไปบนเขาโอลิมปัส
เทพไม่พอใจเลยให้เหลือบมากัดเพกาซัสเจ็บจนสลัดเบเลโรฟอนตกจากหลัง ต้องพเนจรไปทั่ว

#1 By vanish on 2007-04-30 05:07