Laputa อาณาจักรลอยฟ้า

posted on 25 Apr 2007 18:47 by cutieparade in Tales

ลาพูต้า (LAPUTA) คืออะไร ?? หลายคนคงสงสัยและอีกหลายๆ คนคงรู้จักลาพูต้านี้ดี ในการ์ตูนเรื่อง "มืออสูรล่าปีศาจ" ก็มีตอนนึงที่กล่าวถึงลาพูต้านี้ ใช่แล้วละครับ เจ้าลาพูต้าที่ว่านี้เป็นเกาะลอยฟ้าครับ บางคนก็เรียกปราสาทลอยฟ้า ตามแต่จะเรียกกันไป แล้วทำไมถึงไปลอยอยู่บนฟ้าได้ล่ะ ? แล้วมันคืออะไร ? คงเป็นคำถามที่ตามมา เอาละครับเราลองไปดูเรื่องราวเจ้าเกาะนี้กันดีกว่า เกาะนี้แหละครับที่นายเลมูเอล กัลลิเวอร์ (Lamuel Gulliver) ได้เห็นเมื่อเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ.1707 ที่ละติจูด 46 องศาเหนือ ลองติจูด 1873 ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและโอเรกอน

สาเหตุที่ทำให้กัลลิเวอร์พบลาพูต้ามาจากการที่โดนจับโยนลงทะเลบนด้วยเรือแคนูโดยโจรสลัด และไปลอยไปติดเกาะอยู่คืนหนึ่ง พอวันต่อมาเขาก็ได้เห็นวัตถุขนาดยักษ์ลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ความสูงประมาณ 2.5 กิโลเมตรจากพื้นที่เขายืนอยู่!!! เอาละครับ เป็นใครก็ต้องตะลึงทั้งนั้นถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้า เอาละครับเข้าเรื่องต่อดีกว่า หลังจากกัลลิเวอร์จ้องมองดูอย่างพิศวงว่านี่มันอะไรหนอ เจ้าเกาะลอยฟ้าก็เริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้อย่างช้าๆ จนกระทั่งมาลอยอยู่บนเหนือหัวของกัลลิเวอร์พอดี๊ พอดี แต่ทว่า.สูงจากที่กัลลิเวอร์ยืนอยู่เพียงราว 100 เมตร เอาละวา นายกัลลิเวอร์ก็ตะลึงซิครับก็มันใหญ่โตอะไรจะขนาดนั้น พอเริ่มหายตะลึงก็เริ่มสังเกตรายละเอียด ของเจ้าปราสาทหรือเกาะนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เค้าบรรยายไว้ว่างี้ครับ

Free Image Hosting at www.ImageShack.us
ตำแหน่งของลาพูต้า

พื้นใต้ท้องเจ้าลาพูต้าเนี่ยเป็นมันแวววาวราวดุจกระจก เหมือนโลหะที่ผ่านการขัดมาอย่างดี จากนั้นพอสังเกตขึ้นไปยังด้านบนของเจ้าสิ่งนี้ก็เห็นเหมือนเงาคนมากมายกำลังจ้องมองมาที่เค้าอยู่ สักพักก็ได้เรื่องครับ คนบนสิ่งนั้นได้ส่งพาหนะคล้ายๆ กับเก้าอี้ลงมารับขึ้นยานไป เป็นบ้านเรือนทรงประหลาดที่ไม่มีมุมของบ้านเลย คือเป็นทรงกลมตามลักษณะของยานและก็สิ่งก่อสร้างแปลกตามากมาย รวมไปถึงปราสาท ด้วยทีแรกกัลลิเวอร์ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดจากับใครได้แต่ฟังภาษาของพวกเขาไม่รู้เรื่อง หลังจากที่ใช้ชีวิตบนลาพูต้า (ที่เค้ารู้ชื่อทีหลังจากขึ้นยาน) เป็นเดือนๆ ก็สามารถเข้าใจภาษาของชาวลาพูต้าได้และเรียนรู้เรื่องราวของลาพูต้ามากขึ้น ว่าลาพูต้ามีรูปร่างลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.166 กิโลเมตร

ยังยังไม่พอครับ พื้นชั้นต่อมาของลาพูต้านั้นทำจากแร่ที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับเพชรมีความหนา 182 เมตร โดยไว้รองรับเนินรูปทรงโดมซึ่งประกอบไปด้วยชั้นหินหนา 3.5 เมตร ปิดทับด้านบนอีกที

เอ แล้วมันลอยอยู่สูงจากพื้นดินถึงเพียงนี้ แล้วเรื่องน้ำกินน้ำใช้ของลาพูต้าล่ะ ? นี่ก็หายห่วงครับ คือภายในโดมจะเป็นที่เก็บรวบรวมความชื้นไว้จากบรรยากาศ และจะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำไหลตามทางโดมลงไปยังอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 อ่างภายด้านนอก ไม่ต้องห่วงเรื่องปริมาณครับ ก็ดูซิครับว่าขนาดของลาพูต้าน่ะใหญ่โตมาก ปริมาณน้ำที่ได้จากโดมก็มากตามไปด้วย แล้วขนาดของอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่างนั้นมีเส้นรอบวง 803 เมตร ใหญ่เอาการทีเดียวครับ ซึ่งบางทีปริมาณที่มากไปของน้ำและความชื้นของน้ำนี้อาจก่อปัญหาบ้าง แต่ลาพูต้าก็จะสามารถกำจัดมันได้ โดยการลอยขึ้นไปเหนือเมฆให้แสงอาทิตย์ช่วยให้มันระเหยออกไปบ้าง ส่วนเรื่องอาหารก็หายห่วงอีกเช่นกัน ก็มีเนื้อที่ตั้งขนาดนั้น เรื่องปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ สามารถที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ เลย ทั้งยังมีประดิษฐกรรมเทคโนโลยีล้ำจินตนาการ เช่นทำแสงอาทิตย์จากแตงกวา นำหินอ่อนมาทำให้นุ่มเพื่อเป็นหมอน

แล้วลาพูต้านี่บังคับหรือว่าควบคุมยังไง? นี่เลยครับตรงกลางของโดมนั้นละครับจะพาไปสู่ห้องเครื่องมือและเครื่องยนต์ ที่มีความยาวถึง 91 เมตร นับว่ากว้างพอดูทีเดียวเจียวละครับ แต่จะมีดวงไฟเพียง 20 ดวง แต่ว่าผิวห้องเครื่องควบคุมนี้ก็เหมือนกับใต้ท้องยานนั่นละครับ คือมีความมันวาวเพราะงั้นไฟเพียง 20 ดวงจึงให้แสงสว่างที่พอเพียง ส่วนอุปกรณ์ภายในห้องนี้ก็มีหลายรูปแบบครับ ตั้งแต่กล้องส่องทางไกล เครื่องวัดองศา เครื่องนำร่อง และเครื่องมือต่างทางดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ต่างอีกมาก แต่ว่าครับ การที่ลาพูต้าเนี่ยสามารถเคลื่อนไหว ลอยไปมาได้ มีความลับอยู่ตรงนี้ครับ สนามแม่เหล็กหรือแรงแม่เหล็กนั่นเองครับที่เป็นตัวช่วยให้ลาพูต้าลอยไปมาได้ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่ห้องควบคุม แต่อีกนั่นแหละครับ ลาพูต้าเนี่ยไม่สามารถบินไปไกลเกินกว่าที่อำนาจสนามแม่เหล็กจะส่งออกมาได้ ซึ่งศูนย์กลางของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่นครหรือเมืองบัลนิบาร์บิ (Balnibarbi) ที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเล ซึ่งลาพูต้าจะไม่สามารถบินสูงกว่า 6.4 กิโลเมตรและไปไกลจากเมืองบัลนิบาร์บิได้เกินกว่า 24 กิโลเมตร เพราะขีดจำกัดทางด้านสนามแม่เหล็ก

เมื่อมีเมืองก็ต้องมีเจ้าเมือง, กษัตริย์, จักรพรรดิ เป็นของคู่กัน ลาพูต้าก็เช่นกันครับ มีจักพรรดิปกครองอยู่ด้วยซึ่งจักรพรรดิกับบรรดาข้าราชบริพารก็จะอาศัยอยู่บนลาพูต้า เพราะจะได้ปกครองบรรดาประชาชนหรือเมืองได้ง่ายขึ้น เพียงถ้าเมืองไหนเกิดการแข็งข้อหรือคิดการไม่ซื่อ จักรพรรดิก็เพียงนำลาพูต้าไปลอยอยู่เหนือเมืองนั้นแล้วทิ้งระเบิดหรือ ทิ้งหินลงมาเป็นการสั่งสอน หนักเข้าก็สั่งให้ลาพูต้าลอยลงทับเมืองนั้นจนพังทลายราบเป็นหน้ากลองเอาเสียเลยเป็นการลงโทษขั้นรุนแรง

นอกจากนั้นกัลลิเวอร์ได้สังเกตอีกว่า ทั้งจักรพรรดิและบรรดานักวิทยาศาสตร์นั้นต่างก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และดนตรีอย่างมาก เรียกได้ว่าเข้าสายเลือดกันเลยทีเดียว จนสามารถพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และยังสามารถคิด คำนวณปรากฏการณ์ต่างๆ จากดวงดาวได้อย่างมากมาย นับว่าเป็นเมืองและชนชาติที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอย่างสูง นี่ก็เป็นเรื่องราวที่กัลลิเวอร์ได้บันทึกเอาไว้

มาถึง ณ ปัจจุบัน ลาพูต้าจะมีโอกาสแสดงตัวออกมา หรือว่าบรรดาผู้คนจะมีโอกาสได้เห็นอีกหรือเปล่า หรือว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์สามารถคิด พัฒนาและประดิษฐ์เทคโนโลยีที่สามารถทำให้ลาพูต้าลอยได้ด้วยตัวเองสำเร็จแล้ว จนสามารถไปจากนครบัลนิบาร์บิโดยไม่ต้องอาศัยสนามแม่เหล็กจากเมือง แล้วออกไปสำรวจโลกหรือจักรวาลตามวิสัยของชาวบัลนิบาร์บิ จึงอาจจะพอเป็นคำตอบได้ว่าหลังจากยุคสมัยของกัลลิเวอร์แล้วทำไมเราไม่ได้เห็น "ลาพูต้าเกาะลอยฟ้า" กันอีกเลย

- mythland.org

Comment

Comment:

Tweet

LAPUTA นี้ จะปรากฎ ทุกๆ 1000 ปี ที่ องศา 46 องศาเหนือ ลองติจูด 1873

#8 By CP9 (110.171.206.184|110.171.206.184) on 2014-04-11 16:15

สงสัยพัฒนาให้หายตัวได้ด้วยล่ะมั้ง?

#7 By *.๐O Bra Bra O๐.* on 2007-04-26 11:57

Laputa ยังไม่เคยค่ะ
อันนั้นอาจจะเป็น Utopia รึเปล่าเอ่ย

#6 By - w i k i - on 2007-04-26 00:04

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะเจ้าคะ^^

PS*เอ่...เหมือนจะเคยเอามาอัพแล้วนี่นา รึว่าอิชั้นไปอ่านมาจากที่อื่นแล้วละเนี่ยะ แงะๆๆ
อร๊างงงง>.<
themeใหม่ งามมว๊ากคร๊า>3<////*

#5 By Haine13 on 2007-04-25 23:05

มีตอนนี้เหวอเลยนะเนี่ย55+

#4 By ++YuMeJiBi++ on 2007-04-25 22:13

อ๊ากกกกก กำลังแต่งนิยายพอดีเลยค่ะ

เอาเมืองนี้ไปใส่ แจ่มเลยค่ะ ขอบคุณมากกกค่า .....
อ่าว เป็นเรื่องจริงเหรอ?

#2 By VaNneSSa on 2007-04-25 19:10

Laputa เป็นเรื่องแต่งขึ้นไม่ใช่เหรอครับ...

#1 By = ต้น = on 2007-04-25 19:07