อีสป (นิทาน)

posted on 03 Jan 2007 19:10 by cutieparade

อีสป (Aesop ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล หรือราวพุทธกาล?) นักเล่านิทานชาวกรีก ในตำนาน กรีก โบราณ นิทานที่กล่าวว่าเล่าโดย "อีสป" เชื่อกันว่าเป็นนิทานที่รวบรวมมาจากหลายแหล่ง นิทานอีสปได้รับความนิยมแพร่หลายเนื่องจากกวีชาวโรมันชื่อเพดรัสนำมาเล่าจนแพร่หลายในคริสต์ศตวรรษที่ 1 (ระหว่าง พ.ศ. 443-543) และต่อมา "ฌอง เดอ ลา ฟงแทน" กวีชาวฝรั่งเศสได้นำมาเรียบเรียงใหม่เป็นร้อยกรองที่ค่อนข้างเกินจริงแต่มีชีวิตชีวาเมื่อปี พ.ศ. 2211

นิทานที่อีสปเล่า นิยมเรียกกันว่า นิทานอีสป เป็นนิทานสอนคนทั่วไปในด้านศีลธรรมโดยใช้สัตว์ต่างๆ เป็นตัวละคร เช่น เรื่องเด็กเลี้ยงแกะ ลาโง่ หมาจิ้งจอกกับองุ่น เป็นต้น

สำหรับ ตัวอีสปเองนั้น เชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ แต่เดิมเคยเป็นทาสมาก่อน แต่สามารถเป็นไทได้เพราะความสามารถในการพูดของตัวเอง เป็นบุคคลที่ไหวพริบปฏิภาณดีเยี่ยม เป็นคนพูดที่เก่งกาจคนหนึ่งในยุคนั้น

ในยุคนั้น อีสป มีชีวิตอยู่บนเกาะซามอส ที่เมืองซาร์ดิสของ ประเทศกรีกโบราณ ซึ่งปัจจุบันเกาะนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของประเทศตุรกี นั่นเอง

อีสปในตอนนั้น เขาอยู่ในภาพของทาสคนหนึ่งของชาวกรีก

ในสมัยโบราณทาสที่มีความสามารถทางด้านการต่อสู้ มีเรือนร่าง กำยำ มักจะได้รับความสนใจและถูกนำไปใช้งานเกี่ยวกับการต่อสู้ แต่สำหรับอีสป เขาเป็นเพียงชาย พิการ ขี้เหร่ ไม่ค่อยสมประกอบแม้ว่าเขาจะสมัครตัวเป็นทาสรับใช้ผู้ดีมีเงิน เขาก็ยังหาคนรับซื้อเขายาก เพราะเขาแทบจะไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะไปเป็นทาสรับใช้คนอื่นเขาเสียเลย ( เพราะทาสในสมัย นั้นต้องทำงานแทนนายทุกอย่างจึงต้องการคนแข็งแรง )

อีสปจำเป็นต้องเดินทาง ออกจากถิ่นที่อยู่ เพื่อไปสมัคร หรือขายตัวเป็นทาสยังนอกดินแดนที่เขาเกิด โดยอีสป ได้เดินทางไป กับเพื่อนคนหนึ่งชื่อเอียดมอนที่มีร่างกายกำยำแข็งแรง โดยหวังว่าเมื่อมีผู้มาซื้อเพื่อนของเขาแล้ว จะได้รับเขาเป็นของแถมไปด้วยอีกคน

ความคิดเช่นนี้ของอีสปเริ่มส่อแววให้เห็นถึงอัจฉริยภาพทางสมอง ของเขาว่า เขามีความฉลาดหลักแหลม เข้าใจคิดที่ลึกซึ้ง และมีกลยุทธ์แปลกไปจากคนอื่น ๆ

เพราะเขาเป็นคนที่พิการขี้เหร่ไม่แข็งแรงทำให้อีสปหันมาใช้ปัญญาแทนการใช้กำลัง

และปัญญาที่เขานำมาเพื่อเอาชีวิตรอดก็คือ เขาคิด และผูกเรื่องราวต่าง ๆขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว มีตัวละครในเรื่องแต่ละตัวที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน โดยอีสปจะแฝงปรัชญาความคิด หรือวิธีดำรงชีวิต สอดแทรกเข้าไปในเรื่องที่เขาแต่งขึ้นด้วย

ปรัชญาความคิดที่เขาแทรกลงไปในเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมานั้น จะเป็นเรื่องราวที่ผู้ฟัง ได้ฟังแล้ว สามารถนำมาประยุกต์กับชีวิตของคนในชีวิตประจำวันได้ หรือมิเช่นนั้นเรื่องราวต่าง ๆของ อีสปที่ผูกเป็นเรื่องขึ้นมาก็จะให้คติสอนใจแก่คนฟัง ที่เขาจะนำเอาไปใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์ได้

การสร้างแนวคิด การอบรมสั่งสอน ให้คนมีความเชื่ออย่างใด อย่างหนึ่งในสมัยเมื่อสามพันปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะนอกจากคนในสมัยนั้นยังมองเห็นโลก ไม่กว้าง ไม่มีเรื่องราวของวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วการที่จะตั้งตัวว่าเป็น ผู้รู้หรือที่เรียกกันว่า เป็น นักปราชญ์ นั้นมีโทษอย่างร้ายแรงทีเดียวเพราะในสมัยนั้น ผู้ที่จะเป็นผู้รู้ได้จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ ในศาสนาเท่านั้น หากคนนอกวัดแสดงตัวเป็นผู้รู้ โอกาศที่จะถูกพวกพระ พวกผู้นำทางศาสนากล่าว หาเอาเอาได้ว่า เป็นพวกพ่อมดหมอผีซึ่งมีโทษถึงตายทีเดียว

จะเป็นด้วยเจตนาที่อีสปสร้างเรื่องราว เพื่อสั่งสอนให้คนทำความดี รู้จักตัวเอง มีคุณธรรม แต่เขารู้ว่า เขาจะทำอย่างตรง ๆไม่ได้เพราะจะมีภัยมาถึงตัว เขาจึงผูกเรื่องเพื่อการสั่งสอนของเขาออกเป็นเรื่องราว และใช้ตัวแสดงในเรื่องราวของเขาเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ เป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้คนฟังเข้าใจว่า เป็นเรื่อง เล่าขานกันเพื่อความสนุกสนานอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับการสั่งสอนใคร

ด้วยเหตุนี้เอง การเล่าเรื่องของอีสป จึงไม่มีใครคิดว่า เขากำลังสั่ง สอนให้คนอยู่ในศีลในธรรม แต่ทุกคนฟังเรื่องราวของเขาเพราะความสนุกสนาน

เรื่องราวของเขาจึงถูกเรียกขานกันในนามว่า "นิทาน"

นิทานของ อีสปได้รับความนิยมอย่างมากจากคนฟัง ชีวิต ของเขาจึงทำงานด้วยการเล่านิทานเป็นกิจวัตร จนทำให้ทุกคนในท้องถิ่นที่เขาอยู่รู้จักเขาเป็นอย่างดี และทุกคนต่างก็อยากฟังนิทานของเขาไม่ว่าจะเป็นทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่

จนในที่สุดอีสปก็ได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาส แล้วมาเล่า นิทานเลี้ยงตัวเอง

นิทานของอีสปถูกแต่งขึ้นมามากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นคติสอนใจให้ คนฟังนำเอาไปใช้ หรือเกิดสำนึกที่ดี ถึงขนาดว่า ความดีและความสนุกสนานในนิทานของอีสป ได้ ยินไปถึงราชสำนักของกษัตริย์ เครซุสแห่งอานาจักรลิเดีย ของเอเซียไมเนอร์ ซึ่งราชอาณาจักรนี้จะมีผู้รู้และผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมหลายคน

เมื่ออีสปถูกเรียกตัวมาเล่านิทานให้กษัตริย์ และคนในราชสำนักฟัง จึงเท่ากับว่า นิทานของอีสปกำลัง ถูกพิจารณาจากผู้รู้ที่มีความสามารถอย่างสูงในราชสำนัก อย่างที่เรียกได้ว่า อีสป กำลังถูก "ลองของ" ก็คงไม่ผิดนัก

กษัตริย์ เครซุส ทรงรับฟังนิทานของอีสปอย่างพอพระทัย และสามารถ นำเอาเรื่องราวในนิทานของอีสปไปใช้ประโยชน์ในการปกครองแผ่นดิน เพื่อทำให้พลเมืองมีความสุข มีความสงบได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง กษัตริย์ เครซุส จึงทรงคิดที่จะใช้ประโยชน์จากอีสปให้มากกว่เป็น แค่คนเล่านิทาน พระองค์จึงรับเอาอีสปมาทำงานในราชสำนักแล้ว แต่งตั้งให้อีสป ทำหน้าที่เป็นราชทูต เพื่อไปเจรจาความกับเมืองอื่น ๆเพราะเห็นว่าอีสปเป็นผู้มีจิตวิทยาสูง มีไหวพริบรอบคอบแหลมคม และอีสปก็ใช้ความสามารถในการสร้างนิทานทำหน้าที่ของเขาได้อย่างดีเยี่ยมส่งผลให้แผ่นดินของ กษัตริย์ เครซุส มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในยุคนั้น

นิทานของอีสปใช้วิธีการเปรียบเทียบ การกระทำของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ให้มาเกี่ยวข้องกับมนุษย์ใช้สุนัขจิ้งจอกเปรียบเป็นเสมือนมนุษย์เจ้าเล่ห์ ใช้กระต่ายเป็นเสมือนผู้ ใสซื่อ ใช้สิงโตเป็นผู้หยิ่งทระนง มีศักดิ์ศรี นิทานของเขาทุกเรื่องจึงกระทบกับจิตใจของคนอยู่ทั่ว ๆไป ชื่อเสียง ความสนุกสนานในนิทานของอีสป กระฉ่อนไปทั่วแผ่นดิน กรีกในยุคนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง อีสปก็พบกับปัญหาอันยิ่งใหญ่ของชีวิต เมื่อเขาถูกส่งตัวเป็นราชทูต ไปยังเมืองเดลฟิ ซึ่งบ้านเมืองเต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรมของบรรดาข้าราชบริพารในราชสำนัก

อีสป ได้เล่านิทานให้พวกราชสำนักฟัง เล่านิทานให้ประชาชนชาว เมืองเดลฟิฟัง ทำให้เกิดการตื่นตัวของชาวเมืองเดลฟิ ที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม แน่นอนผลจากการเล่านิทานที่เหมือนปลุกระดมให้พลเมืองออกมาต่อสู้ กับเหล่าอธรรมนี่เอง ทำให้ไปขัดกับบรรดานักการเมืองที่ชั่วร้ายในราชสำนัก พวกเขาเหล่านั้นจึงเกิด อาการเคียดแค้น ชิงชังและหาทางที่จะกำจัดอีสป ให้ได้โดยเร็ววันเพราะยิ่งอีสปอยู่ในเมืองและเล่า นิทานให้ประชาชนฟังมากเท่าไร กระแสต่อต้านของบรรดาพลเมืองที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ยิ่งมากขึ้น เท่านั้น

แล้วแผนการทำลายอีสปก็เกิดขึ้น โดยบรรดานักการเมืองชั่วร้ายวางแผน เอาขันทองคำของกษัตริย์มายัดเยียดไว้ในกระเป๋าสัมภาระของอีสป แล้วแจ้งความว่าอีสปขโมยสมบัติของกษัตริย์

ผลจากการตัดสิน โดยพวกนักการเมืองชั่วร้ายเหล่านั้น อีสปมีความผิด ในข้อหาลบหลู่และทำลายชาวเดลฟิ อย่างร้ายแรง เขาถูกตัดสินให้ตายอย่างป่าเถื่อนที่สุด โดยการจับโยนลงมาจาก หน้าผาสูง

ชิวิตของอีสปจึงจบสิ้นลง อย่างน่าเสียดายแค่ตรงนั้น แต่นิทานของ อีสปยังถูกกล่าวขานกันอยู่ในหมู่ของผู้คนที่กระจายเพิ่มมากขึ้น จากปากหนึ่งไปสู่อีกปากหนึ่ง

นิทานอีสปจึงไม่ตายไปพร้อมกับตัวของอีสปด้วย

หลังจากที่อีสปตายไปไม่นานชาวเอเธนส์ผู้หนึ่งชื่อลีซิฟัสก็ได้ปั้นรูปของอีสปตั้งไว้ข้างหน้าของอนุสาวรีย์ยอดนักปราชญ์ทั้งเจ็ดของชาว เอเธนส์ซึ่งถือได้ว่าอีสปได้รับการยกย่องเทียบเท่ากับยอดนัก ปราชญ์ผู้โด่งดังของชาวเอเธนส์ในยุคนั้นทีเดียว

นิทานอีสปได้รับการเผยแพรเรื่อยมาตลอดชั่วระยะเวลากว่าสามพันปี ผู้อพยพจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่ง จดจำนิทานอีสปไปเล่าขาน เรื่องราวเหล่านั้นจึงกระจายไปทั่วโลกและทุกมุมโลก ทุกคนเมื่อได้ฟังนิทาน ของอีสปแล้ว พวกเขาจะเกิดความรู้สึกสำนึกที่ดี ได้รับบทเรียน ได้รับรู้สิ่งที่ดีงาม และความชั่วร้าย ไปพร้อม ๆกับความสนุกสนาน

นิทานของอีสปจึงกลายเป็นนิทานอมตะ ที่ไม่มีวันตายไปจากโลกนี้ แทบจะบอกได้เลยว่านิทานอีสปนั้นมีอยู่ในทุกประเทศ ทุกหนทุกแห่งในโลกนี้ก็ว่าได้

Comment

Comment:

Tweet

#2 By ท (203.113.15.234 /125.26.51.22) on 2007-02-28 18:59

#1 By (125.24.139.17) on 2007-02-03 13:09